ประกัน 101

ไขข้อข้องใจคนงานลุย อาชีพเสี่ยง ทำประกันอุบัติเหตุได้ไหม

ไขข้อข้องใจคนงานลุย อาชีพเสี่ยง ทำประกันอุบัติเหตุได้ไหม ต้องจ่ายเบี้ยแพงขึ้นเท่าไหร่

เป็นช่างไฟ ปีนเสาทุกวัน ประกันจะรับเหรอ? หรือ ขับรถส่งของทั้งวัน ประกันจะคุ้มครองไหม? ความกังวลของคนสู้งานหลายคน ที่กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ หรือโดนโขกเบี้ยประกันจนจ่ายไม่ไหว ความจริงคือ บริษัทประกันเขาอ้าแขนรับคนทำงานสายลุยค่ะ เพียงแต่เขามีกติกาการจัดกลุ่มความเสี่ยงที่ชัดเจน บทความนี้จะพาพี่ ๆ น้อง ๆ สายอาชีพ มาเช็กกันชัด ๆ ว่างานของคุณจัดอยู่ใน ชั้นอาชีพไหน และต้องเตรียมเงินค่าเบี้ยประกันไว้เท่าไหร่ถึงจะพอค่ะ

รู้จักชั้นอาชีพตัวกำหนดราคา

บริษัทประกันไม่ได้มองทุกคนเหมือนกันค่ะ เขาจะแบ่งคนตามความเสี่ยงในการทำงานออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้

  • ใครบ้าง พนักงานออฟฟิศ, ผู้บริหาร, แพทย์, เภสัชกร (ทำงานในอาคาร นั่งโต๊ะเป็นหลัก)
  • ความเสี่ยง ต่ำมาก
  • ใครบ้าง เซลส์ออกหาลูกค้า, วิศวกรคุมงาน (ที่ไม่ได้ลงมือทำเอง), เจ้าของร้านค้า, ช่างทำผม, มัคคุเทศก์
  • ความเสี่ยง มีการออกนอกสถานที่ หรือใช้อุปกรณ์บ้างเล็กน้อย
  • ใครบ้าง ช่างยนต์, ช่างไฟ, ช่างประปา, พนักงานขับรถ, พนักงานส่งของ, ช่างไม้, เกษตรกร, พนักงานไลน์ผลิตในโรงงาน
  • ความเสี่ยง ใช้เครื่องจักร ใช้แรงงาน หรือขับขี่ตลอดเวลา
  • ใครบ้าง กรรมกรก่อสร้าง, วินมอเตอร์ไซค์, คนงานเหมือง, คนเช็ดกระจกตึกสูง, สตั๊นต์แมน, ทหาร/ตำรวจ (ปฏิบัติงานสนาม)
  • ความเสี่ยง สูงมาก (บริษัทประกันส่วนใหญ่ ไม่รับ หรือรับแต่เบี้ยแพงพิเศษ)

สมมติว่าเราต้องการ ทุนประกันชีวิต 100,000 บาท + ค่ารักษาพยาบาล 10,000 บาท/ครั้ง มาดูส่วนต่างราคากันค่ะ (ราคาโดยประมาณ)

ชั้นอาชีพตัวอย่างอาชีพเบี้ยประกันต่อปี (ประมาณ)แพงขึ้นเท่าไหร่?
ชั้น 1ธุรการ / บัญชี800 – 1,000 บาท(ฐานราคาปกติ)
ชั้น 2เซลส์ / วิศวกร1,000 – 1,200 บาทเพิ่มขึ้นนิดหน่อย
ชั้น 3ช่างซ่อม / ขนส่ง1,500 – 2,500 บาทแพงกว่า ~2 เท่า
ชั้น 4ก่อสร้าง / เสี่ยงสูง3,000+ บาท (หรือหาที่รับยาก)แพงกว่า ~3-4 เท่า
อาชีพไหนบ้างที่โดนเท

แม้จะบอกว่ารับสายลุย แต่ถ้าลุยหนักเกินไป ประกันทั่วไป มักจะเขียนข้อยกเว้นไว้ในกรมธรรม์ว่า ไม่รับประกันอาชีพเหล่านี้

  1. งานที่เกี่ยวกับความสูง เช็ดกระจกตึกสูง, ติดตั้งเสาโทรคมนาคม
  2. งานเสี่ยงภัยธรรมชาติ ชาวประมง (ออกทะเลลึก), คนงานเหมืองใต้ดิน
  3. งานแข่งความเร็ว นักแข่งรถ, นักมวยอาชีพ
  4. งานปราบปราม ทหาร, ตำรวจ, อาสาสมัครกู้ภัย (ขณะปฏิบัติหน้าที่)

ทางออก คนกลุ่มนี้ต้องหาซื้อประกันแบบ Specific Plan หรือประกันกลุ่มผ่านองค์กรต้นสังกัด ซึ่งจะออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงเฉพาะด้าน (แต่เบี้ยก็จะสูงตามความเสี่ยงค่ะ)

เช็กลิสต์ 5 กลุ่มเสี่ยง ใครบ้างที่ควรมีประกันอุบัติเหตุ คุณเข้าข่ายไหม?

ข้อควรระวังก่อนซื้อ

อย่าระบุอาชีพผิดเด็ดขาด หลายคนกลัวเบี้ยแพง เลยกรอกใบสมัครว่าเป็น พนักงานบริษัท หรือ ค้าขาย ทั้งที่ความจริงเป็น ช่างเชื่อมเหล็ก

ผลเสีย ถ้าเกิดอุบัติเหตุขณะทำงาน (เช่น เหล็กทับขา) แล้วบริษัทสืบทราบว่าคุณทำอาชีพช่างจริง ๆ เขาจะ ปฏิเสธการจ่ายสินไหม และยกเลิกสัญญาทันที เพราะถือว่าปกปิดข้อมูลสำคัญ

คำแนะนำ แจ้งอาชีพตามจริงไปเลยค่ะ ยอมจ่ายแพงกว่าหลักร้อย แต่เคลมได้ชัวร์ ดีกว่าจ่ายทิ้งฟรี ๆ

สำหรับคนทำงานอาชีพชั้น 3 (งานช่าง/งานใช้แรง) ร่างกายคือเครื่องมือทำมาหากินที่สำคัญที่สุดค่ะ แม้เบี้ยประกันจะแพงกว่าคนนั่งออฟฟิศนิดหน่อย (ตกวันละ 5-7 บาท) แต่ความคุ้มครองที่ได้กลับมาในยามฉุกเฉินนั้นประเมินค่าไม่ได้ ดีกว่าต้องเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพียงครั้งเดียว ลองเช็กดูค่ะว่างานที่คุณทำอยู่ จัดอยู่ใน ชั้นอาชีพที่ 2 หรือ 3 แล้วติดต่อตัวแทนเพื่อขอใบเสนอราคาที่ตรงกับชั้นอาชีพของคุณดูค่ะ

Scroll to Top