ประกัน 101

เช็กความพร้อมทางการเงิน! ควรแบ่งเงินกี่ % มาทำประกันชีวิตไม่ให้เป็นภาระ

เช็กความพร้อมทางการเงิน! ควรแบ่งเงินกี่ % มาทำประกันชีวิตไม่ให้เป็นภาระ?

สิ้นปีทีไรต้องหาเงินก้อนโตไปจ่ายค่าเบี้ยประกัน หรือบางเดือนเงินช็อตเพราะโดนหักบัญชีค่าประกันจนไม่มีเงินกินข้าว นี่คืออาการของ Over-Insured หรือการทำประกันเกินตัวค่ะ แม้ประกันจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามันเริ่มกัดกินสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน แสดงว่าคุณกำลังวางแผนผิดพลาด บทความนี้จะพาคุณมาเช็กสุขภาพทางการเงิน และคำนวณหาตัวเลข จุดที่พอดี ว่ารายได้เท่านี้ ควรจ่ายค่าเบี้ยเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่าและไม่เดือดร้อนค่ะ

กฎ 10-15%

ตามหลักการวางแผนการเงินสากล ตัวเลขที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำประกันชีวิตและสุขภาพคือ 10% – 15% ของรายได้รวมต่อปี

ทำไมต้องตัวเลขนี้? เพราะเป็นสัดส่วนที่มากพอจะซื้อความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่ไม่มากจนไปเบียดเบียนเงินออมเพื่อการลงทุน หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันค่ะ

ตัวอย่างการคำนวณ

  • เงินเดือน 30,000 บาท (รวมโบนัส = รายได้ปีละ 400,000 บาท)
  • งบประกันที่เหมาะสม 40,000 บาท/ปี (หรือเฉลี่ยเดือนละ 3,300 บาท)
  • งบสูงสุดที่ไม่ควรเกิน 60,000 บาท/ปี

หากคุณคำนวณแล้วพบว่าตอนนี้จ่ายอยู่ 25-30% ของรายได้ ให้รีบทบทวนด่วนเลยค่ะ เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่คุณจะส่งไม่ไหวในอนาคต

จัดลำดับความสำคัญ เงินก้อนนี้ซื้ออะไรก่อน

เมื่อได้งบประมาณมาแล้ว ไม่ใช่ว่าจะซื้ออะไรก็ได้นะคะ ต้องเรียงตามลำดับความจำเป็นแบบ พีระมิดความคุ้มครอง ดังนี้ค่ะ

  1. ประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุ เพราะถ้าป่วย เงินเก็บอาจหมดเกลี้ยง
  2. ประกันชีวิต (คุ้มครองรายได้) ถ้าคุณเป็นเสาหลัก ต้องมีวงเงินให้คนข้างหลัง

เทคนิค ถ้างบน้อย ให้ใช้แบบชั่วระยะเวลา หรือ จ่ายทิ้ง จะได้วงเงินสูงในราคาถูก

ประกันสะสมทรัพย์/บำนาญ เอาไว้ลดหย่อนภาษีหรือเก็บเงิน

คำเตือน อย่าเพิ่งซื้อตัวนี้ถ้างบยังไม่พอซื้อข้อ 1 และ 2 เพราะเบี้ยแพงแต่คุ้มครองต่ำ

ลองมาดูตัวอย่างการจัดพอร์ตประกันตามฐานเงินเดือนกันค่ะ (ตัวเลขโดยประมาณ)

รายได้ต่อเดือนงบประกันแนะนำ (10-15% ต่อปี)แบบประกันที่ควรเน้นสิ่งที่ควรเลี่ยง
15,000 – 20,00018,000 – 30,000 บาทประกันอุบัติเหตุ (PA) + ประกันสุขภาพเหมาจ่าย (แผนเล็ก)ประกันสะสมทรัพย์เบี้ยแพง ๆ
30,000 – 50,00036,000 – 90,000 บาทเพิ่มประกันชีวิต (Term/Whole Life) + โรคร้ายแรงประกันบำนาญ (ถ้ารายจ่ายตึงมือ)
50,000 – 100,00060,000 – 180,000 บาทจัดเต็มสุขภาพเหมาจ่าย + โรคร้ายแรง + ลดหย่อนภาษีการซื้อซ้ำซ้อนโดยไม่เช็กกรมธรรม์เดิม

ประกันชีวิตแบบไหนดีสุด? ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา และวางแผนสุขภาพได้ในเล่มเดียว

สัญญาณเตือนภัย เมื่อไหร่ที่ควรหยุดซื้อ

ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าประกันเริ่มเป็นภาระ มากกว่า สินทรัพย์ แล้วค่ะ

  1. กู้เงินมาจ่ายเบี้ย ต้องกดบัตรกดเงินสด หรือรูดบัตรเครดิตแล้วผ่อนขั้นต่ำเพื่อจ่ายค่าประกัน
  2. ไม่มีเงินเก็บฉุกเฉิน เงินเดือนออกปุ๊บ จ่ายค่าประกันปั๊บ จนไม่เหลือเงินสำรองเผื่อตกงาน
  3. เสียดายเงิน รู้สึกว่าเบี้ยที่จ่ายไปไม่คุ้มค่า และอยากเวนคืนตลอดเวลา

ทางแก้ไข หากรู้สึกตึงมือ ให้พิจารณา ลดทุนประกัน หรือ ตัดสัญญาเพิ่มเติมบางตัวที่ไม่จำเป็นออก เพื่อลดค่าเบี้ยลง ดีกว่าปล่อยให้กรมธรรม์ขาดอายุไปเฉย ๆ ค่ะ

การทำประกันชีวิตที่ดี ไม่ใช่การทำเยอะที่สุด แต่คือการทำในจุดที่ ครอบคลุมความเสี่ยง ในราคาที่ เรายิ้มได้ตอนจ่าย ค่ะ อย่าให้คำชวนเชื่อเรื่องลดหย่อนภาษี หรือผลตอบแทน มาทำให้คุณหน้ามืดจ่ายเบี้ยเกินตัว เพราะที่สุดแล้ว กรมธรรม์ที่ดีที่สุด คือกรมธรรม์ที่คุณสามารถถือครองมันไปได้ตลอดรอดฝั่งจนจบสัญญาค่ะ

Scroll to Top