ประกัน 101

ประกันชีวิตแบบไหนดีระหว่าง _เน้นออม_ กับ _เน้นคุ้มครอง_ เลือกแบบไหนคุ้มกว่า

ประกันชีวิตแบบไหนดีระหว่าง “เน้นออม” กับ “เน้นคุ้มครอง” เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?

คำถามเวลาจะซื้อประกันสักเล่ม จะเอาแบบสะสมทรัพย์ที่มีเงินคืนชัวร์ๆ หรือจะเอาแบบคุ้มครองชีวิตสูงๆ ดี? เพราะประกันชีวิต ผลตอบแทน กับ ความคุ้มครอง จะแปรผกผันกันเสมอค่ะ วันนี้เราจะมาจับคู่ให้เห็นภาพชัดๆ ว่าระหว่าง สายออม กับ สายคุ้มครอง แบบไหนที่จะ คุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าของคุณที่สุดในปี 2569 นี้ค่ะ

ทีมเน้นออมประกันสะสมทรัพย์

คอนเซปต์ เงินต้นอยู่ครบ จบสัญญาได้เงินก้อน ประกันที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด เพราะมันทำหน้าที่กึ่งๆเงินฝาก

  • ความคุ้มค่า อยู่ที่ ผลตอบแทน (IRR) + สิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • ข้อดี
    • ความเสี่ยงเป็นศูนย์ รู้ล่วงหน้าเลยว่าปีไหนจะได้เงินคืนกี่บาท ไม่ต้องลุ้นหุ้นตก
    • วินัยการออม ช่วยบังคับให้เก็บเงินอย่างสม่ำเสมอ
  • ข้อเสีย
    • ความคุ้มครองต่ำ จ่ายเบี้ย 100 บาท อาจได้ความคุ้มครองชีวิตแค่ 100-110 บาท (เสียชีวิตไปก็เหมือนได้แค่เงินออมคืน)
    • สภาพคล่องต่ำ ต้องรอจนครบสัญญาถึงจะได้เงินก้อนใหญ่

เหมาะกับ คนโสด, คนที่ต้องการลดหย่อนภาษี, หรือออมเงินระยะสั้น-กลางเพื่อเป้าหมายเฉพาะ (เช่น ทุนการศึกษาลูก)

ทีมเน้นคุ้มครองประกันตลอดชีพชั่วระยะเวลา

คอนเซปต์ จ่ายน้อย ได้วงเงินคุ้มครองมาก การทำประกันภัยคือการโอนความเสี่ยง

  • ความคุ้มค่า อยู่ที่ Leverage (คานผ่อนแรง)
  • ข้อดี
    • วงเงินสูงเวอร์ จ่ายเบี้ยแค่หลักหมื่น แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน ครอบครัวได้รับเงินหลักล้านทันที (กำไรทางบัญชีมากในแง่การป้องกันความเสี่ยง)
    • เป็นฐานที่ดี เหมาะสำหรับซื้อสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพพ่วงท้าย เพราะสัญญายาว
  • ข้อเสีย
    • ไม่ได้ใช้เงินเอง เงินก้อนใหญ่จะตกถึงมือผู้รับผลประโยชน์ (เราไม่ได้ใช้) หรือต้องรอถึงอายุ 99 ปี
    • ผลตอบแทนตัวเงินต่ำ ถ้าคิดเป็น IRR อาจจะน้อยมาก หรือติดลบ (ในกรณีแบบ Term ที่จ่ายทิ้ง)

เหมาะกับ หัวหน้าครอบครัวที่เป็นเสาหลัก, คนที่มีหนี้สิน, และคนที่ต้องการทำประกันสุขภาพระยะยาว

หัวข้อเปรียบเทียบเน้นออม (สะสมทรัพย์)เน้นคุ้มครอง (ตลอดชีพ/Term)
เบี้ยประกัน 20,000 บาทซื้อทุนประกันได้ ~20,000 – 30,000ซื้อทุนประกันได้ ~1,000,000+
เป้าหมายหลักเก็บเงิน / ลดหย่อนภาษีปกป้องรายได้ / มรดก
ผลตอบแทนการลงทุนแน่นอน (IRR 1-2%)ต่ำมาก หรือ 0% (จ่ายทิ้ง)
ความคุ้มครองชีวิตต่ำ (ใกล้เคียงเบี้ยที่จ่าย)สูงมาก (หลายสิบเท่าของเบี้ย)
เงินคืนระหว่างสัญญามี (Cashback)ไม่มี (หรือมีน้อยมาก)
ถ้าเสียชีวิตเร็วขาดทุนกำไร (ได้เงินเท่าที่ออม)คุ้มที่สุด (ได้เงินก้อนโต)
คุณกลัวอะไรมากกว่ากัน
  1. ถ้ากลัว แก่แล้วไม่มีเงิน หรือ เสียดายภาษี

แบบเน้นออม คุ้มกว่าแน่นอน เพราะเงินคุณจะงอกเงยกลับมาให้คุณใช้เองในอนาคต

  1. ถ้ากลัวตายก่อนวัยอันควร หรือ คนข้างหลังลำบาก

แบบเน้นคุ้มครอง คุ้มค่าที่สุด เพราะมันคือการซื้อเงินสดก้อนโตในราคาถูก เพื่อเป็นหลักประกันให้ครอบครัว

  1. ถ้าอยากได้ทั้งคู่? (The Hybrid Solution)

ในปี 2569 เรามีทางเลือกที่ 3 คือ Unit Linked (ประกันควบการลงทุน) ที่คุณสามารถออกแบบเอง ได้ว่าจะเน้นส่วนคุ้มครองเท่าไหร่ และส่วนลงทุน (ออม) เท่าไหร่ ปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงชีวิต แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงจากการลงทุนนะคะ

การวางแผนการเงินที่ดี ไม่ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ แต่ควร ผสมผสาน (Mix & Match) 

Step 1 ซื้อแบบเน้นคุ้มครอง ให้เพียงพอกับภาระหนี้สินและความเป็นอยู่ของครอบครัวก่อน (เพราะเบี้ยถูก)

Step 2 เงินเหลือค่อยนำมาซื้อแบบเน้นออม เพื่อลดหย่อนภาษีและเก็บเงินเกษียณ

Scroll to Top