พอถึงเดือนเกิดทีไร แทนที่จะได้ฉลองอย่างมีความสุข กลับต้องมานั่งกุมขมับกับ จดหมายแจ้งเตือนชำระเบี้ยประกัน ยอดหลักหมื่นหลักแสน หลายคนเลือกตัดปัญหาด้วยการเปลี่ยนไปจ่ายแบบ รายเดือน (ยอมเสียดอกเบี้ยแพงกว่า) หรือบางคนต้อง แคะกระปุกเงินเก็บฉุกเฉิน มาจ่าย ทำให้แผนการเงินรวนไปหมด เรามาลองปรับวิธีบริหารเงินด้วยสูตรคลาสสิก 50-30-20 ผสมผสานกับเทคนิค Sinking Fund เพื่อให้คุณจ่ายเบี้ยรายปีได้แบบชิลๆค่ะ

สูตร 50-30-20 ประกันอยู่ตรงไหน?
สูตรบริหารเงินยอดฮิตแบ่งรายได้สุทธิออกเป็น 3 ก้อน คือ
- 50% Needs (ความจำเป็น) ค่าบ้าน, ค่ารถ, ค่ากินอยู่, ค่าน้ำไฟ
- 30% Wants (ความต้องการ) เที่ยว, ช้อปปิ้ง, หมูกระทะ
- 20% Savings (เงินออม/ลงทุน) เงินเกษียณ, เงินสำรองฉุกเฉิน
คำถาม เบี้ยประกัน ควรอยู่ก้อนไหน? คำตอบคือ แล้วแต่วัตถุประสงค์ของประกันเล่มนั้นค่ะ
A. ประกันที่อยู่ในหมวด 50% Needs (จำเป็น)
คือประกันที่ต้องมีเพื่อปกป้องความเสี่ยงพื้นฐาน ได้แก่
- ประกันสุขภาพ (Health)
- ประกันอุบัติเหตุ (PA)
- ประกันชีวิตแบบคุ้มครองภาระหนี้/หัวหน้าครอบครัว
- เหตุผล เพราะนี่คือค่าใช้จ่ายคงที่ เพื่อความปลอดภัยของชีวิต ไม่ใช่การลงทุน
B. ประกันที่อยู่ในหมวด 20% Savings (เงินออม)
คือประกันที่ทำเพื่อเก็บเงิน หรือลงทุน ได้แก่
- ประกันสะสมทรัพย์ (Endowment)
- ประกันบำนาญ (Annuity)
- Unit Linked (ส่วนการลงทุน)
- เหตุผล เพราะเงินก้อนนี้จะงอกเงยกลับมาเป็นทรัพย์สินในอนาคต

เทคนิคSinking Fund ซอยย่อยแต่จ่ายก้อน
เมื่อเรารู้แล้วว่าประกันเล่มไหนอยู่หมวดไหน ขั้นตอนต่อไปคือการทำ เบี้ยรายปี ให้กลายเป็นรายจ่ายรายเดือน (จำลอง) ค่ะ
สมมติ
- คุณมีเบี้ยประกันสุขภาพ (Needs) ปีละ 24,000 บาท
- คุณมีเบี้ยประกันสะสมทรัพย์ (Savings) ปีละ 36,000 บาท
วิธีทำ
- หาร 12
- สุขภาพ 24,000 / 12 = 2,000 บาท/เดือน
- สะสมทรัพย์ 36,000 / 12 = 3,000 บาท/เดือน
- หักบัญชีอัตโนมัติ
- ทันทีที่เงินเดือนออก ให้โอนเงิน 2,000 บาท (จากก้อน 50%) และ 3,000 บาท (จากก้อน 20%) ไปยัง บัญชีพักเงิน ทันที ห้ามใช้ปะปนกับเงินเดือน
- ครบ 1 ปี คุณจะมีเงิน 60,000 บาท นอนรออยู่ในบัญชี พร้อมดอกเบี้ยที่งอกเงยขึ้นมา (ดีกว่าไปจ่ายรายเดือนให้บริษัทประกันกินดอกเบี้ยเรา)

เลือกที่พักเงิน Digital Savings
อย่าโอนไปฝากบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาที่ดอกเบี้ย 0.25% นะคะ ในปี 2569 มีบัญชีเงินฝากดิจิทัล (Digital Saving) มากมายที่ให้ดอกเบี้ยสูง 1.5% – 2.0% (สำหรับวงเงินไม่เกินแสน)
คำแนะนำ เปิดบัญชีดิจิทัลแยกต่างหาก 1 บัญชี ตั้งชื่อว่า Insurance Fund
ข้อดี เงินก้อนนี้จะไม่อยู่นิ่งๆ แต่จะทำงานสร้างดอกเบี้ยให้เราหลักร้อยบาทต่อปี ซึ่งเอาไปโปะเป็นส่วนลดค่าเบี้ยได้อีกนิดหน่อยด้วยค่ะ
Advanced Step ใช้บัตรเครดิตเป็นตัวผ่านทาง
เมื่อคุณมีเงินสดรออยู่ในบัญชี Insurance Fund ครบแล้ว ตอนจ่ายจริงอย่าเพิ่งโอนเงินสดค่ะ
- รูดบัตรเครดิตจ่ายเบี้ยรายปี เพื่อรับแต้มสะสม หรือเครดิตเงินคืน
- จ่ายบิลบัตรทันที ดึงเงินสดจากบัญชี Insurance Fund ที่เราเก็บมาทั้งปี ไปจ่ายปิดยอดบัตรเครดิตทันที (อย่ารอรอบบิล เดี๋ยวเผลอใช้เงิน)
- ผลลัพธ์
- ได้จ่ายเบี้ยราคาถูก (รายปี)
- ได้ดอกเบี้ยเงินฝาก (จากการเก็บรายเดือน)
- ได้แต้มบัตรเครดิตฟรีๆ
- ไม่กระทบเงินเก็บหลักแม้แต่บาทเดียว
การจ่ายเบี้ยประกันรายปีจะไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเรามองมันเป็น ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ฝากไว้กับตัวเอง เทคนิคนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นบิล และยังช่วยให้คุณคงสถานะความมั่งคั่ง ตามสูตร 50-30-20 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


