ประกัน 101

เวนคืนประกันชีวิตตอนไหนคุ้มที่สุด_ เปิดเทคนิคดูมูลค่าเงินสดให้ได้เงินคืนสูงสุด

เวนคืนประกันชีวิตตอนไหนคุ้มที่สุด? เปิดเทคนิคดูมูลค่าเงินสดให้ได้เงินคืนสูงสุด

มีหลายเหตุผลที่ทำให้คนอยากยกเลิกประกันค่ะ ไม่ว่าจะหมุนเงินไม่ทัน, เจอแบบประกันใหม่ที่ถูกใจกว่า หรือรู้สึกว่าแบบเดิมไม่ตอบโจทย์แล้ว แต่การเดินไปบอกบริษัทประกันว่าขอยกเลิก อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะกรมธรรม์ประกันชีวิตถูกออกแบบมาให้ถือครองระยะยาว หากคุณเลิกกลางคัน ย่อมมี ค่าปรับ ที่มาในรูปแบบของการได้เงินคืนน้อยกว่าที่จ่ายไป บทความนี้จะสอนวิธีเช็ก จุดคุ้มทุน และวิธีคำนวณเงินเวนคืนด้วยตัวเอง เพื่อให้คุณเจ็บตัวน้อยที่สุด หรือถึงขั้นได้กำไรกลับบ้านค่ะ

เข้าใจตารางมูลค่าเวนคืน

ความลับทั้งหมดซ่อนอยู่ในตารางท้ายเล่มกรมธรรม์ที่มีตัวเลขเยอะๆ ค่ะ ให้คุณมองหาตารางที่เขียนว่า มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ 

วิธีอ่านค่า ตัวเลขในตาราง คือจำนวนเงินที่คุณจะได้คืน ต่อทุนประกัน 1,000 บาท(ไม่ใช่เงินบาทสุทธินะคะ ต้องเอามาคำนวณก่อน)

ตัวอย่าง

  • คุณทำประกันทุน 1,000,000 บาท
  • ในปีที่ 5 ตารางระบุตัวเลข 250
  • เงินที่จะได้คืน = (250 ÷ 1,000) x 1,000,000 = 250,000 บาท
เวนคืนตอนไหน เป็นอย่างไร

กราฟมูลค่าเงินสดของประกันชีวิต จะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นตามกาลเวลาค่ะ แบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้

  • มูลค่า มักจะเป็น 0 หรือน้อยมาก
  • ผลลัพธ์ เงินที่จ่ายไปทั้งหมดสูญเปล่า
  • คำแนะนำ ห้ามเวนคืนเด็ดขาด หากส่งไม่ไหวจริงๆ ให้ปล่อยกรมธรรม์ขาดอายุ (Lapse) ไปเอง หรือเช็กว่ามีมูลค่าพอจะเปลี่ยนเป็นแบบขยายเวลา ได้ไหม
  • มูลค่า เริ่มมีเงินคืนบ้าง (เช่น จ่ายไปแสน ได้คืน 4-6 หมื่น)
  • ผลลัพธ์ ขาดทุนเงินต้นประมาณ 20-50%
  • คำแนะนำ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งเวนคืน ลองใช้วิธี กู้กรมธรรม์ เอาเงินออกมาหมุนก่อน หรือถ้าไม่อยากส่งต่อ ให้ใช้สิทธิ์ มูลค่าใช้เงินสำเร็จ (Paid-up) เพื่อหยุดจ่ายแต่ยังมีความคุ้มครองเหลืออยู่
  • มูลค่า เท่ากับหรือมากกว่าเบี้ยที่จ่ายไปทั้งหมด
  • ช่วงเวลา
    • แบบสะสมทรัพย์ มักจะคืนทุนตอนปีที่ 10 ขึ้นไป หรือใกล้ครบสัญญา
    • แบบตลอดชีพ มักจะคืนทุนตอนปีที่ 15-20 ขึ้นไป
  • คำแนะนำ นี่คือเวลาที่เวนคืนได้โดยไม่ขาดทุนเงินต้น หากคุณต้องการปิดเล่มเพื่อเอาเงินก้อนไปลงทุนอย่างอื่น หรือไม่ต้องการความคุ้มครองแล้ว ให้ทำในช่วงนี้ค่ะ

ก่อนตัดสินใจเซ็นชื่อยกเลิก ลองดูทางเลือกเหล่านี้ก่อนค่ะ อาจจะคุ้มกว่าการเอาเงินก้อนเล็กๆ กลับบ้าน

ทางเลือกเหมาะกับสถานการณ์ไหน?ผลลัพธ์ที่ได้
เวนคืน (Surrender)ต้องการตัดขาดจากประกัน / ร้อนเงินก้อนโตและยอมรับการขาดทุนได้ได้เงินก้อน (ตามตาราง) + สัญญาจบ
กู้กรมธรรม์ (Policy Loan)ร้อนเงินชั่วคราว / ยังอยากได้ความคุ้มครองอยู่ได้เงินสดมาใช้ (เสียดอกเบี้ย) + ความคุ้มครองอยู่ครบ
มูลค่าใช้เงินสำเร็จ (Paid-up)ไม่อยากจ่ายเบี้ยแล้ว / อยากมีความคุ้มครองติดตัวบ้างไม่ต้องจ่ายเบี้ย + ทุนประกันลดลง + คุ้มครองยาวเท่าเดิม
มูลค่าขยายเวลา (Extended Term)ไม่อยากจ่ายเบี้ยแล้ว / แต่ช่วงนี้มีความเสี่ยงสูง (ห่วงลูก)ไม่ต้องจ่ายเบี้ย + ทุนประกันเท่าเดิม (สูง) + ระยะเวลาคุ้มครองสั้นลง

เรื่องนี้สำคัญมากและคนมักลืม กรณีขาดทุน (เงินเวนคืน  เบี้ยที่จ่ายไป)  ไม่ต้องเสียภาษี และถ้าเป็น กรณีกำไร (เงินเวนคืน เบี้ยที่จ่ายไป) ส่วนต่างที่เป็นกำไร ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน ต้องนำไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยค่ะ (อาจทำให้ฐานภาษีคุณกระโดดได้)

การเวนคืนประกันชีวิตที่คุ้มที่สุด คือการเวนคืนเมื่อ ถึงจุดคุ้มทุนค่ะ แต่หากคุณยังไม่ถึงจุดนั้น และมีปัญหาเรื่องการเงิน การเลือกใช้สิทธิ์ มูลค่าใช้เงินสำเร็จ มักจะเป็นทางออกที่ฉลาดกว่า เพราะอย่างน้อยเงินที่คุณจ่ายไปก็ยังเปลี่ยนเป็นความคุ้มครองชีวิตติดตัวคุณไปจนแก่ ไม่หายไปเฉยๆ

รวมทุกสิทธิ์ที่คุณต้องรู้ของเจ้าของกรมธรรม์ รู้ไว้ใช้ให้คุ้ม ไม่เสียผลประโยชน์ที่ควรได้

Scroll to Top