ประกัน 101

เทคนิคเลือกประกันชีวิตให้เป็นฐานรองรับค่ารักษาพยาบาล แบบไหนดีสุดสำหรับคุณ

เทคนิคเลือกประกันชีวิตให้เป็นฐานรองรับค่ารักษาพยาบาล แบบไหนดีสุดสำหรับคุณ?

เวลาเราจะซื้อประกันสุขภาพ สิ่งแรกที่ตัวแทนจะถามคือ มีเล่มหลักหรือยังครับ?เพราะประกันสุขภาพในไทยส่วนใหญ่เป็น สัญญาเพิ่มเติม ที่อยู่โดดๆ ไม่ได้ ต้องเกาะไปกับประกันชีวิตหลักเสมอ หลายคนพลาดตรงนี้ คือไปเลือกประกันชีวิตหลักที่เป็นแบบ ออมทรัพย์ระยะสั้น เพราะอยากได้เงินคืนเร็วๆ หารู้ไม่ว่า เมื่อประกันหลักจบสัญญา ประกันสุขภาพที่คุณรักก็จะ ถูกบังคับจบ ไปด้วย ในวันที่คุณอายุมากและต้องการมันที่สุด บทความนี้จะมาเจาะลึกเทคนิคการเลือก ฐานราก ให้แข็งแกร่ง อยู่ได้ตลอดชีวิตค่ะ

ลองจินตนาการว่า ประกันสุขภาพคือเถาวัลย์ส่วนประกันชีวิตคือต้นไม้ใหญ่

  • ถ้าต้นไม้ใหญ่อายุสั้น (เช่น ประกันสะสมทรัพย์ 20 ปี) เมื่อครบ 20 ปี ต้นไม้ตาย เถาวัลย์ก็ร่วงลงดิน (ไม่มีความคุ้มครอง)
  • ถ้าต้นไม้ใหญ่อายุยืน (เช่น ประกันตลอดชีพ 99 ปี) เถาวัลย์ก็เกาะเกี่ยวเติบโตไปได้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

ดังนั้น โจทย์ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเลือกต้นไม้ที่อายุยืนที่สุดค่ะ

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (2)

ตัวเลือกมาตรฐานที่ 80% ของคนทำประกันสุขภาพเลือกใช้ค่ะ (เช่น แบบ 99/20 หรือ 90/20)

  • วิธีการทำงาน คุณจ่ายเบี้ยประกันชีวิตหลักช่วงหนึ่ง (เช่น 20 ปี) แล้วหยุดจ่าย แต่ความคุ้มครองชีวิตจะอยู่ยาวไปถึงอายุ 99 ปี ระหว่างนั้นคุณก็จ่ายแค่เบี้ยทิ้งของประกันสุขภาพไปเรื่อยๆ ปีต่อปี
  • ข้อดี
    • การันตี 100% สัญญาหลักไม่มีวันตาย (ตราบใดที่ไม่เวนคืน) เป็นฐานที่มั่นคงที่สุด
    • เบี้ยหลักคงที่ รู้แน่นอนว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ จบเมื่อไหร่
  • ข้อเสีย
    • เบี้ยสุขภาพแพงขึ้นตามอายุ นี่คือจุดเจ็บปวด เพราะตอนเกษียณ (อายุ 60-70) เบี้ยสุขภาพแบบเหมาจ่ายอาจพุ่งไปถึงหลักแสนต่อปี คุณต้องเตรียมเงินก้อนนี้ไว้เอง

เหมาะกับใคร คนที่ต้องการความแน่นอน ไม่ชอบความเสี่ยง และมั่นใจว่าเตรียมเงินเกษียณไว้เพียงพอสำหรับจ่ายเบี้ยสุขภาพที่แพงขึ้นในอนาคต

ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน

ตัวเลือกที่กำลังมาแรงในปี 2569 สำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหา เบี้ยสุขภาพแพงตอนแก่

  • วิธีการทำงาน เบี้ยที่คุณจ่ายจะถูกแบ่งไปลงทุนในกองทุนรวม เพื่อสร้างมูลค่าบัญชี
  • ข้อดี 
    • จ่ายเบี้ยคงที่ได้ คุณสามารถคำนวณและอัด เบี้ยเข้าไปตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีเงินสะสมมากพอ
    • หยุดพักชำระเบี้ยได้ ตอนเกษียณ ถ้าพอร์ตลงทุนโตพอ คุณสามารถหยุดจ่ายเบี้ยได้ โดยให้ระบบดึงเงินจากกำไรมาจ่ายค่าประกันสุขภาพแทน (เหมือนได้ใช้ฟรีตอนแก่)
  • ข้อเสีย
    • ความเสี่ยงการลงทุน ถ้ากองทุนขาดทุน เงินอาจไม่พอจ่ายค่าประกันสุขภาพ ททำให้ต้องควักเนื้อจ่ายเพิ่ม หรือกรมธรรม์ขาดอายุได้
    • ซับซ้อน ต้องมีการติดตามพอร์ตและปรับเปลี่ยนกองทุน 

เหมาะกับใคร คนที่รับความเสี่ยงได้ (ยอมรับโอกาสขาดทุนได้) และต้องการวางแผนระยะยาวเพื่อให้ตอนแก่ภาระค่าเบี้ยลดลงหรือเป็นศูนย์

หัวข้อเปรียบเทียบแบบตลอดชีพ (Whole Life)แบบควบการลงทุน (Unit Linked)
ความมั่นคงของสัญญาสูงมาก (การันตี)ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนกองทุน)
เบี้ยประกันสุขภาพปรับเพิ่มขึ้นทุกปีตามอายุวางแผนให้คงที่ได้ (ถัวเฉลี่ย)
ภาระตอนเกษียณต้องหาเงินมาจ่ายเบี้ยที่แพงขึ้นมีโอกาสใช้เงินลงทุนจ่ายแทนได้ (Premium Holiday)
ความเสี่ยงต่ำ (Low Risk)สูง (High Risk)
วินัยการเงินจ่ายตามใบแจ้งหนี้ต้องคอย Monitor พอร์ตลงทุน
คำแนะนำในการตัดสินใจ
  1. คุณกลัวความเสี่ยง ไม่ต้องการลุ้นกับตลาดหุ้น
  2. คุณมีแผนเกษียณที่ชัดเจน และกันเงินก้อนไว้จ่ายค่าเบี้ยสุขภาพตอนแก่แล้ว
  3. คุณต้องการมรดกที่แน่นอนส่งต่อให้ลูกหลาน
  1. คุณกังวลว่าตอนแก่จะไม่มีเงินจ่ายเบี้ยสุขภาพหลักแสน
  2. คุณรับความผันผวนได้ (เข้าใจว่าเงินต้นอาจลดลงช่วงสั้นๆ)
  3. คุณอยากมีความยืดหยุ่น ปรับเพิ่ม-ลดวงเงินได้ตามช่วงชีวิต

ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน สำคัญคือระยะเวลาคุ้มครอง อย่าเลือกประกันที่จบสัญญาตอนอายุ 60 หรือ 70 เด็ดขาด เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่คุณเริ่มป่วยและต้องการประกันสุขภาพที่สุด ถ้าให้ฟันธงสำหรับคนทั่วไป แบบตลอดชีพ (99/20)ยังคงเป็น King of Base Plan ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่มีความรู้ Unit Linked คือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณชนะเกมค่ารักษาพยาบาลระยะยาวได้ค่ะ

Unit Linked คืออะไร เหมาะกับใคร และมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

Scroll to Top