ทำประกันมาตั้งหลายปี พอป่วยจะเคลม บริษัทกลับยกเลิกสัญญาและคืนเบี้ย สาเหตุอันดับ 1 ไม่ใช่เพราะบริษัทประกันขี้โกง แต่เกิดจากปัญหาเรื่อง การแถลงสุขภาพไม่ครบถ้วน ในวันสมัคร หลายคนกลัวว่าถ้าบอกความจริงไป บริษัทจะไม่รับทำประกัน หรือเบี้ยจะแพงขึ้น เลยเลือกที่จะเงียบไว้ แต่หารู้ไม่ว่า นั่นคือการวางระเบิดเวลาไว้ในกรมธรรม์ของตัวเอง บทความนี้จะแชร์เทคนิคการแถลงสุขภาพอย่างไรให้โปร่งใส อนุมัติผ่าน และสบายใจที่สุดเมื่อต้องเคลมค่ะ

ทำไมต้องแถลงสุขภาพ? รู้จักหลักสุจริตใจอย่างยิ่ง
การทำประกันต่างจากการซื้อรถยนต์ตรงที่ บริษัทประกันไม่เห็น สภาพสินค้า (ร่างกายของคุณ) ทั้งหมด เขาจึงต้องพึ่งพาคำบอกเล่าของคุณเป็นหลัก ในทางกฎหมายประกันภัย เรียกว่าหลักสุจริตใจอย่างยิ่ง
หน้าที่ของคุณ ต้องเปิดเผยความจริงที่เป็นสาระสำคัญทั้งหมด
ผลของการปกปิด หากบริษัทมารู้ทีหลังว่าคุณปกปิดประวัติที่มีผลต่อการรับประกัน บริษัทมีสิทธิ์ บอกล้างสัญญา ภายใน 2 ปี และคืนเพียงเบี้ยประกันที่จ่ายมา โดยไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลใด ๆ ทั้งสิ้น

5 เทคนิคแถลงสุขภาพให้ผ่านและปลอดภัย
1. อย่าใช้แค่ความจำ ให้ใช้หลักฐาน
คนเรามักจำไม่ได้หรอกค่ะว่า 3 ปีก่อนไปหาหมอด้วยโรคอะไรบ้าง
เทคนิค เปิดแอปพลิเคชัน หมอพร้อม หรือแอปฯ ของโรงพยาบาลที่คุณไปประจำ เพื่อดูประวัติย้อนหลัง
หากมีประวัติการผ่าตัด หรือนอนโรงพยาบาลให้ขอ ใบสรุปประวัติการรักษา จากโรงพยาบาลมาแนบพร้อมใบสมัครเลย จะช่วยให้พิจารณาเร็วขึ้นมากค่ะ
2. ตอบคำถามให้ตรงคำถาม (ไม่มาก ไม่น้อย)
ในใบคำขอเอาประกันจะมีคำถามสุขภาพ
- อ่านให้ละเอียด เขาถามว่า เคยเป็น… หรือ เคยได้รับการวินิจฉัย… หรือ ภายใน 5 ปีนี้…
- ตอบตามความจริง หากเขาถามถึงโรคระบุชื่อ (เช่น ความดัน, เบาหวาน, ก้อนเนื้อ) ถ้าเคยเป็นต้องติ๊กใช่
- ไม่ต้องเล่าเรื่องที่ไม่ถูกถาม เช่น เป็นหวัดเล็กน้อยเมื่อเดือนก่อน หรือปวดเมื่อยธรรมดาที่ไม่ได้หาหมอ ไม่จำเป็นต้องระบุให้เรื่องยาวค่ะ เน้นโรคที่มีนัยสำคัญทางการแพทย์
3. อย่าปล่อยให้ตัวแทนกาทุกข้อว่า ไม่เคย
ข้อนี้อันตรายมาก บางครั้งตัวแทนอยากปิดการขายเร็ว ๆ เลยติ๊กช่อง ไม่เคย ให้ลูกค้าทุกข้อ โดยไม่ได้ถามละเอียด
เทคนิค ก่อนเซ็นชื่อบน iPad หรือกระดาษ ต้องขออ่านทวนทุกข้อ ว่าตัวแทนกรอกข้อมูลสุขภาพของเราลงไปถูกต้องหรือไม่ เพราะลายเซ็นคือเครื่องยืนยันว่าเรารับรองข้อมูลนั้นค่ะ
4. แถลงค่านิยมสุขภาพให้ชัดเจน
นอกจากโรคแล้ว ข้อมูลร่างกายพื้นฐานก็สำคัญค่ะ
ส่วนสูง/น้ำหนัก ต้องกรอกตามจริง เพราะคำนวณค่า BMI
การสูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์ หากสูบต้องบอกว่าสูบ (ปริมาณเท่าไหร่) หากตรวจเจอทีหลังว่าเป็นมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่แต่แถลงว่าไม่สูบ บริษัทอาจปฏิเสธเคลมได้ค่ะ
5. แนบผลตรวจสุขภาพล่าสุด
หากคุณเพิ่งตรวจสุขภาพประจำปีมา และผลปกติดีทุกอย่าง การแนบผลตรวจนี้ไปด้วยจะช่วยเพิ่มเครดิตให้คุณอย่างมาก ทำให้บริษัทอนุมัติง่ายขึ้นและไม่ต้องขอตรวจเพิ่มค่ะ

ถ้าแถลงความจริงไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
ไม่ต้องกลัวคำว่า ไม่ผ่าน นะคะ เพราะผลลัพธ์มีหลายแบบ และส่วนใหญ่เป็นผลดีกับคุณค่ะ
- อนุมัติปกติ ดีที่สุด แปลว่าประวัติเล็กน้อยที่คุณแถลงไป (เช่น เคยท้องเสีย เคยเป็นโควิดหายแล้ว) ไม่มีผลต่อความเสี่ยง
- ขอตรวจสุขภาพเพิ่ม บริษัทอาจขอให้คุณไปตรวจเฉพาะจุด (บริษัทออกค่าใช้จ่าย) เพื่อยืนยันว่าหายดีแล้ว
- เพิ่มเบี้ย คุณได้ความคุ้มครองครบ แต่จ่ายแพงขึ้นนิดหน่อย แลกกับความสบายใจ
- ยกเว้นความคุ้มครอง ไม่คุ้มครองโรคเดิม แต่คุ้มครองโรคใหม่อื่น ๆ อีกร้อยแปดพันเก้า
ข้อคิด การโดนยกเว้นโรคเดิม ยังดีกว่าการโดน ยกเลิกสัญญา ตอนป่วยหนักนะคะ อย่างน้อยเราก็ยังมีประกันช่วยผ่อนหนักเป็นเบาในโรคอื่น ๆ ค่ะ
เตรียมตัวก่อนกรอกใบสมัคร
- บัตรประชาชน เช็กวันหมดอายุ
- ข้อมูลน้ำหนัก ส่วนสูง ปัจจุบัน
- รายชื่อยาที่ทานประจำ (ถ้ามี)
- ประวัติการรักษา 5 ปีย้อนหลัง (ชื่อโรค, เดือน/ปี ที่เป็น, ชื่อโรงพยาบาล, ผลการรักษา)
- ใบรับรองแพทย์/ผลชิ้นเนื้อ ของการผ่าตัดครั้งสำคัญ (ถ้ามี)
การแถลงสุขภาพอย่างตรงไปตรงมา คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับกรมธรรม์ของคุณค่ะ แม้วันนี้อาจจะยุ่งยากในการหาเอกสาร หรืออาจต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มบ้างแต่ในวันที่คุณเจ็บป่วยและต้องการพึ่งพาประกัน คุณจะนอนรักษาตัวได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าบริษัทจะหาเรื่องไม่จ่ายเงิน
แหล่งอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865
- คู่มือตัวแทนประกันชีวิต สมาคมประกันชีวิตไทย


