อุบัติเหตุ น่ากลัวตรงที่มันเลือกเวลาเกิดไม่ได้ และเลือกคนเกิดไม่ได้ค่ะ หลายคนมักคิดว่า ฉันขับรถระวัง หรือ ฉันทำงานในห้องแอร์ คงไม่ต้องซื้อประกันอุบัติเหตุหรอก แต่สถิติไม่เคยโกหก เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก ความประมาทของผู้อื่น หรือ เหตุสุดวิสัย ในชีวิตประจำวัน วันนี้เรามาลองเช็กลิสต์กันชัด ๆ ดีกว่าค่ะว่า 5 กลุ่มบุคคลที่จัดว่ามีความเสี่ยงสูง และควรพกบัตร PA ติดกระเป๋าไว้ที่สุด มีใครบ้าง? และคุณคือหนึ่งในนั้นหรือไม่?

สายแว้น & สายโหน (ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ / รถสาธารณะ)
นี่คือกลุ่มเสี่ยงอันดับ 1 ของประเทศไทยค่ะ
ความเสี่ยง เนื้อหุ้มเหล็ก ไม่ว่าจะขี่เอง ซ้อนท้ายวินมอเตอร์ไซค์ หรือโหนรถเมล์/รถไฟฟ้า โอกาสเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ล้ม หรือตกบันได มีสูงมากในชั่วโมงเร่งด่วน
ทำไมต้องมี PA เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครองแค่เบื้องต้น (30,000 บาท) ซึ่งมักไม่พอหากกระดูกหักหรือต้องผ่าตัด ประกัน PA จะเข้ามาช่วยจ่ายส่วนเกิน และช่วยให้คุณเข้ารักษาโรงพยาบาลเอกชนได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย

สายฟรีแลนซ์ & อาชีพอิสระ (ไร้สวัสดิการ)
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กราฟิกดีไซเนอร์ ไรเดอร์ส่งอาหาร หรือช่างภาพอิสระ
ความเสี่ยง เจ็บตัว = ขาดรายได้ คนกลุ่มนี้ไม่มีประกันสังคม (ม.33) และไม่มีประกันกลุ่มของบริษัทคอยซัพพอร์ต หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาต้องควักเนื้อจ่ายเอง 100%
ทำไมต้องมี PA นอกจากจะช่วยจ่ายค่ารักษาแล้ว ประกัน PA บางแผนยังมี เงินชดเชยรายได้ ระหว่างนอนโรงพยาบาลให้ด้วย ช่วยให้คุณอุ่นใจว่ายังมีเงินกินใช้แม้ทำงานไม่ได้

สายสปอร์ต & รักสุขภาพ (นักกีฬา / คนออกกำลังกาย)
คนที่ชอบไปวิ่งสวนรถไฟ ตีแบดมินตัน ปั่นจักรยาน หรือเข้ายิม
ความเสี่ยง ข้อเท้าพลิก เอ็นฉีก กล้ามเนื้ออักเสบ หรืออุบัติเหตุจากการปะทะในกีฬา สิ่งเหล่านี้ถือเป็นอุบัติเหตุที่เบิก PA ได้ทั้งสิ้น (ตราบใดที่ไม่ใช่การแข่งขันอาชีพ)
ทำไมต้องมี PA ค่ารักษาทางกายภาพบำบัด หรือการผ่าตัดเอ็น ไม่ใช่ถูก ๆ การมี PA ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้มากค่ะ

สาย สว. (ผู้สูงอายุ 60+)
คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่าตายาย ที่อยู่ที่บ้าน
ความเสี่ยง ลื่นล้มในห้องน้ำ หรือ ตกบันได คือฝันร้ายของผู้สูงอายุ เพราะกระดูกพรุนทำให้หักง่าย และการรักษายากกว่าคนหนุ่มสาว
ทำไมต้องมี PA ประกันสุขภาพผู้สูงอายุเบี้ยแพงมาก (หลักหมื่น/แสน) แต่ประกันอุบัติเหตุสำหรับผู้สูงอายุ เบี้ยแค่ หลักพันต้น ๆ แต่คุ้มครองค่ารักษาหลักแสน เป็นทางเลือกที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดในการดูแลท่านค่ะ

สายวัยซน (เด็กเล็ก / นักเรียน)
บ้านไหนมีลูกหลานวัยกำลังซน จะเข้าใจดีค่ะ
ความเสี่ยง วิ่งเล่นหกล้ม หัวแตก แขนหักจากเครื่องเล่นสนาม สุนัขกัด หรืออุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นได้รายวัน
ทำไมต้องมี PA เด็ก ๆ เจ็บตัวบ่อยกว่าผู้ใหญ่ แม้จะไม่ใช่อุบัติเหตุใหญ่ แต่ค่าทำแผล ฉีดยา พาลูกไปโรงพยาบาลเอกชนแต่ละทีก็หลักพัน การมี PA ช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจุกจิกเหล่านี้ค่ะ
ตารางสรุป ทำไมแต่ละกลุ่มถึงขาด PA ไม่ได้?
| กลุ่มเสี่ยง | ความเสี่ยงหลัก | ประโยชน์สูงสุดจาก PA |
| 1. ขี่มอเตอร์ไซค์ | รถชน / ล้มเอง | จ่ายค่ารักษา + คุ้มครองชีวิต (กรณีเสียชีวิต) |
| 2. ฟรีแลนซ์ | ไม่มีสวัสดิการ / ขาดรายได้ | ค่ารักษาฟรี + เงินชดเชยรายได้ |
| 3. นักกีฬา | บาดเจ็บ / เอ็นฉีก | ครอบคลุมค่ารักษาจากการเล่นกีฬา |
| 4. ผู้สูงอายุ | ลื่นล้ม / กระดูกหัก | เบี้ยถูก (แทนประกันสุขภาพที่แพง) |
| 5. เด็กเล็ก | เจ็บตัวบ่อย / อุบัติเหตุเล็กน้อย | ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการรักษา |
ถ้าคุณเช็กแล้วพบว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวอยู่ใน 5 กลุ่มนี้ อย่าลังเลที่จะทำประกันอุบัติเหตุ (PA) ค่ะ เบี้ยประกัน PA เริ่มต้นเพียงวันละ 3-5 บาท (ถูกกว่ากาแฟหนึ่งแก้ว) แต่ช่วยปกป้องเงินเก็บหลักหมื่นหลักแสนของคุณได้ทันทีที่เกิดเหตุลองสำรวจตัวเองดูค่ะว่า ถ้าพรุ่งนี้ลื่นล้มหัวแตก ต้องเย็บ 5 เข็ม ใครจะเป็นคนจ่ายค่ารักษา? ถ้าคำตอบคือ เงินเก็บตัวเอง แนะนำให้รีบหาแผน PA ติดตัวไว้สักเล่มเดี๋ยวนี้เลยค่ะ


